top of page
ค้นหา

น้ำมันแพงเพราะสงคราม…แต่ใครกันที่ได้กำไร? ช่วงนี้หลายคนคงเริ่มรู้สึกเหมือนกันว่า “ทำไมน้ำมันมันแพงขึ้นเรื่อย ๆ”

สาเหตุหลักอย่างหนึ่งก็มาจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านในตะวันออกกลาง

พอมีข่าวสงครามหรือความไม่แน่นอนแบบนี้


ตลาดโลกก็จะ “กลัวก่อน” ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทันที

แต่เรื่องที่น่าสนใจคือ…


ในขณะที่คนทั่วไปต้องจ่ายค่าน้ำมันแพงขึ้น ค่าครองชีพสูงขึ้น


กลับมีอีกกลุ่มหนึ่งที่ “ได้ประโยชน์เต็ม ๆ” นั่นก็คือบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของโลก

กำไรพุ่งแบบไม่ได้เหนื่อยเพิ่ม

มีรายงานระบุว่า


แค่เดือนแรกของสถานการณ์ตึงเครียด


บริษัทน้ำมันและก๊าซระดับโลก 100 อันดับแรก


สามารถทำกำไรได้มหาศาลถึงระดับ “เกือบพันล้านบาทต่อชั่วโมง”

ที่สำคัญคือ กำไรส่วนนี้


ไม่ได้มาจากการผลิตมากขึ้น หรือขายเก่งขึ้น

แต่เป็น “กำไรจากสถานการณ์” ล้วน ๆ


เพราะราคาน้ำมันในตลาดโลกมันขึ้นเอง

บริษัทใหญ่ ๆ อย่าง

  • Saudi Aramco

  • Gazprom

  • ExxonMobil

เลยกลายเป็นผู้ชนะในเกมนี้ไปโดยปริยาย


แล้วคนธรรมดาอย่างเรา…ต้องรับภาระ?

ในอีกด้านหนึ่ง


คนใช้ชีวิตทั่วไปกลับต้องแบกรับต้นทุนแทบทั้งหมด

  • ค่าน้ำมันรถแพงขึ้น

  • ค่าขนส่งเพิ่ม

  • สินค้าก็ขึ้นราคาตาม

  • ธุรกิจต่าง ๆ ต้นทุนสูงขึ้น

สุดท้ายทุกอย่างก็ย้อนกลับมาที่ “กระเป๋าเรา”


ประเด็นใหญ่ที่โลกกำลังถกกัน

ตอนนี้หลายประเทศเริ่มตั้งคำถามว่า

  • แบบนี้ยุติธรรมหรือไม่?

  • บริษัทพลังงานควรได้กำไรขนาดนี้หรือเปล่า?

  • รัฐควรเข้ามาควบคุมหรือเก็บภาษีพิเศษไหม?

เพราะในขณะที่บางฝ่ายรวยขึ้นแบบก้าวกระโดด


อีกฝั่งกลับต้องประหยัดทุกบาททุกสตางค์


มองในมุมธุรกิจรีไซเคิล

สำหรับสายรีไซเคิลหรืออุตสาหกรรม


เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวไกลตัว

เพราะ “ราคาน้ำมัน”


ส่งผลโดยตรงกับ:

  • ค่าขนส่งเศษเหล็ก / ทองแดง

  • ต้นทุนเครื่องจักร

  • ค่าไฟฟ้า

  • ต้นทุนการผลิตทั้งหมด

ดังนั้นใครที่อยู่ในธุรกิจนี้


ต้องยิ่งวางแผนให้ดี และมองเกมพลังงานให้ขาด


📌 สรุปง่าย ๆ


สงครามอาจไม่ได้อยู่ใกล้ตัวเรา


แต่ผลกระทบ “มาเต็ม” ในทุกลิตรน้ำมันที่เราเติม

 
 
 

ความคิดเห็น


เพื่อสร้างโลกที่ยั่งยืนและเป็นสิ่งที่ดี

084-675-2522

bottom of page