น้ำมันแพงเพราะสงคราม…แต่ใครกันที่ได้กำไร? ช่วงนี้หลายคนคงเริ่มรู้สึกเหมือนกันว่า “ทำไมน้ำมันมันแพงขึ้นเรื่อย ๆ”
- ไทยรีไซเคิล

- 18 เม.ย.
- ยาว 1 นาที
สาเหตุหลักอย่างหนึ่งก็มาจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านในตะวันออกกลาง
พอมีข่าวสงครามหรือความไม่แน่นอนแบบนี้
ตลาดโลกก็จะ “กลัวก่อน” ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทันที
แต่เรื่องที่น่าสนใจคือ…
ในขณะที่คนทั่วไปต้องจ่ายค่าน้ำมันแพงขึ้น ค่าครองชีพสูงขึ้น
กลับมีอีกกลุ่มหนึ่งที่ “ได้ประโยชน์เต็ม ๆ” นั่นก็คือบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของโลก

กำไรพุ่งแบบไม่ได้เหนื่อยเพิ่ม
มีรายงานระบุว่า
แค่เดือนแรกของสถานการณ์ตึงเครียด
บริษัทน้ำมันและก๊าซระดับโลก 100 อันดับแรก
สามารถทำกำไรได้มหาศาลถึงระดับ “เกือบพันล้านบาทต่อชั่วโมง”
ที่สำคัญคือ กำไรส่วนนี้
ไม่ได้มาจากการผลิตมากขึ้น หรือขายเก่งขึ้น
แต่เป็น “กำไรจากสถานการณ์” ล้วน ๆ
เพราะราคาน้ำมันในตลาดโลกมันขึ้นเอง
บริษัทใหญ่ ๆ อย่าง
Saudi Aramco
Gazprom
ExxonMobil
เลยกลายเป็นผู้ชนะในเกมนี้ไปโดยปริยาย
แล้วคนธรรมดาอย่างเรา…ต้องรับภาระ?
ในอีกด้านหนึ่ง
คนใช้ชีวิตทั่วไปกลับต้องแบกรับต้นทุนแทบทั้งหมด
ค่าน้ำมันรถแพงขึ้น
ค่าขนส่งเพิ่ม
สินค้าก็ขึ้นราคาตาม
ธุรกิจต่าง ๆ ต้นทุนสูงขึ้น
สุดท้ายทุกอย่างก็ย้อนกลับมาที่ “กระเป๋าเรา”
ประเด็นใหญ่ที่โลกกำลังถกกัน
ตอนนี้หลายประเทศเริ่มตั้งคำถามว่า
แบบนี้ยุติธรรมหรือไม่?
บริษัทพลังงานควรได้กำไรขนาดนี้หรือเปล่า?
รัฐควรเข้ามาควบคุมหรือเก็บภาษีพิเศษไหม?
เพราะในขณะที่บางฝ่ายรวยขึ้นแบบก้าวกระโดด
อีกฝั่งกลับต้องประหยัดทุกบาททุกสตางค์
มองในมุมธุรกิจรีไซเคิล
สำหรับสายรีไซเคิลหรืออุตสาหกรรม
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวไกลตัว
เพราะ “ราคาน้ำมัน”
ส่งผลโดยตรงกับ:
ค่าขนส่งเศษเหล็ก / ทองแดง
ต้นทุนเครื่องจักร
ค่าไฟฟ้า
ต้นทุนการผลิตทั้งหมด
ดังนั้นใครที่อยู่ในธุรกิจนี้
ต้องยิ่งวางแผนให้ดี และมองเกมพลังงานให้ขาด
📌 สรุปง่าย ๆ
สงครามอาจไม่ได้อยู่ใกล้ตัวเรา
แต่ผลกระทบ “มาเต็ม” ในทุกลิตรน้ำมันที่เราเติม



ความคิดเห็น